คนที่พูดว่าคนใต้โหดนั้น ผมว่าจริงๆแล้ว เค้ายังไม่เคยได้สัมผัสเองมากกว่าครับ ฟังเค้ามาเล่าอะไรประมาณนี้
ส่วนผมนั้นประสพการณ์ตรงครับ ค่ิิอยข้างประทับใจทีเดียว โดยเรื่องมันมีอยู่ว่า ผมได้ไปงานแต่งงานของเพื่อนที่ สุราษฯ ไปวันเสาร์ นั่งเครื่องไปตามภาษาคนมีอันจะกิน ปรากฎว่าพึ่งมานึกได้ว่ายังไม่ได้ส่งงานให้ทางหัวหน้าเลย ซวยแล้ว !!
พอลงสนามบินได้ พ่อแม่เพื่อนมารับจากสนามบินถึงตัวอำเภอเมืองก็ประมาณ 20 กิโลเมตรครับ พอเข้าถึงตัวเมือง พ่อแม่เพื่อนก็ใจดีให้กินข้าว ล้่างหน้าล้างตาก่อน .......
^
^
^
จะเล่าไปทำไมหว่า !!?? น้ำทั้งนั้น เอางี้ รวบรัดให้มันจบเลยละกัน ดังนี้
ผมกับเพื่อนได้ตระเวนหาร้าน Internet Cafe ที่ตัวเมืองรอบนอก แต่เชื่อมั้ยครับท่้า่น ไม่มีสักร้าน !! โอ้ อีเกิ้ล!! ทำไงดี รีบก็รีบ เลยให้่เพื่อนจอดรถลงไปถามคนแถวๆนั้น ไปเจอพี่คนหนึ่ง ลักษณะแกก็คนใต้ล้่าน% นั่นแหละ ผิวคล้ำหน่อย ผมหยิก หนวดเฟิ้มมมมมม โหดโคตร ตอนแรกก็ไม่ได้หวังอะไรมากแค่ถามๆตามหน้าที่ไปก่อน จะได้ไปถามคนที่ดูน่ารัก ดูดีกว่านี้หน่อย หลังจากถามได้ใจความว่า แถวนี้ไม่มีร้านเนทเลยสักร้าน แต่ ...
ร้านพี่เค้ามี !! และ ยังชวนให้ผมไปใช้งาน ที่เครื่องในร้านพี่เค้าด้วย อีกทั้งฟรีัครับ !!
โอ้แม่เจ้า ญาติก็ไม่ใช่ หน้าก็พึ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก แต่ทำไมพี่เค้าใจดีจัง เกรงใจก็เกรงใจ ประทับใจนี่สุดๆเลยครับ ตัวดำ แต่ใจไม่ดำนะครับ ไม่เหมือนคนกรุงบางคนที่ตัวขาวแต่ใจดำ ชิบ #$#%@#
สุดท้ายก็ได้คอมของพี่เค้านี่แหละที่ทำให้งานวันนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ขอบคุณจริงๆครับ
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552
Unfortunately CAR Story LAST Chapter : คนอาร๊ายๆๆๆๆๆ เดือนเดียวรถถูกชน 3 ครั้ง (สุดท้าย)
จะว่าซวยก็โคตรแล้ว ชงใส่แก้วต้องกาแฟ
อาแปะชม ว่าหล่อพอถูไถ แต่ทำไมต้องขู่กูๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โศกนาถกรรม ครั้งที่ สุดท้าย (FINALE)
กำลังนั่งจกข้าวเหนียวกินบนรถ ขณะขับไปส่งพี่ที่หมอชิต "เจริญปุระ"
หลังจากจ่ายค่าทำขวัญ ค่าเสียหาย คุณนักบิดหมายเลขหนึ่งไป ไอ้เราก็คิดว่า ไ้อ้การที่โดนครั้งที่สอง หรือ ที่เรียกว่าเบิ้ล หรือ ซ้ำน้ำสอง นั้น จะเ็ป็นการหมดทุกข์ หมดโศกซะที
แต่... สวรรค์ช่างไม่เป็นใจนัก จึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา
วันนั้นเป็นวันอะไรก็จำไม่ได้ จำได้แค่หลังจากสงกรานต์หมาดๆ (โดนชนสองครั้งแรกนั้น ก่อนสงกรานต์) พี่มาเยี่ยมจากต่างจังหวัด และ กำลังจะไปส่งกลับแล้ว วันนั้น เป็นวันที่รถติดมากๆ ไม่เหมือนทุกวัน จะเรียกว่าเป็นเหตุบังเอิญที่สวรรค์ตั้งใจจะกลั่นแกล้งก็ได้ ขณะที่เลี้ยวออกจากรัชดาซอย10 มิใช่4 ดังเช่นปกติทุกวัน ผมต้องทำการรีบชิดขวา โดยแทรกตามเลนต่างๆ เพื่อที่จะกลัีบรถ เผอิญความที่รถติด ทำให้การแทรกรถของผมนั้น เข้าไปได้แค่ครึ่งตัว ท้ายโผล่ นิดหน่อยพอที่รถที่เลนซ้ายสุดจะผ่านไปได้สบายๆ
ว่าแล้วขณะที่รถติดอยู่นั้น พี่สาวผมก็เอาข้าวเหนียวกะกุนเชียงจ้าวอร่อยออกมาให้ ผมก็นั่งกินรอรถเคลื่อนไปด้วยความสบายใจ
อีกแล้วท่าน!!!! ท้ายรถสะเทือนอีกแล้วท่าน!!!!
ภาพเหตุการณ์สมัยเด็ก ผุดเข้ามาในสมอง เฮ้ย! นานไป ภาพเหตุการณ์ของครั้งที่สองลอยมาในสมองของผม ตัวนี้ซีด ขนลุกซู่ เหงื่อผุดเม็ดเป็นโป้งๆ ข้าวเหนียวกุนเชียงยังคาในปาก ว่าแล้วจึงรีบเคี้ยวให้หมดๆแล้วกลืนลงคอ จากนั้นเหลียวมองผ่านใหล่ซ้าย พบว่า !!!!!!!!
ใครมันมานอนฝุบที่ท้ายรถกูอีกแล้ววะ แสรดดดดดดดดดด
ผมรีบกระโดดลงไปดูพบว่า นักบิดหมายเลขสาม นั้นเป็นคนงานก่อสร้าง พึ่งเลิกงาน ไปก๊งมา กลิ่นเหล้านี้หึ่งเลย จากคำให้การพยาน (ไทยมุง) แถวนั้นบอกว่า นักบิดนั้นบิดมาด้วยความเร็วกว่า 300 กม. ต่อ 2 วัน (ุ6.25 กม. ต่อ ชม.) ขณะที่พยายามแซงรถแท๊กซี่ที่อยู่เลนซ้ายนั้น รถแท๊กซี่ไม่ยอมจอดให้ เป็นเหตุให้ต้องหักหลบ มาอัดตูดรถผมเข้า (แม่มทำไมต้องรถกู)
ความเสียหาย ไฟท้ายซ้ายแตกยับ ท้ายบุบ ทั้งแถบซ้าย ช่างผมฟังแล้วตีคร่าวๆสัก 3-4 พัน ทำสี + ไฟท้ายมือสองจากเซียงกง (ผมไปซื้อเองก็ 1200 ไปแล้ว)
ไอ้อุบัติเหตุไม่เท่าไหร่หรอก ผมล่ะ โค-ตะ-ระ เจ็บตับสุดๆ (ยิ่งกว่าเจ็บใจ) ก็ไอ้ตรงที่นักบิดนั้นเรียกหัวหน้ามาคุยกับผม หัวหน้าเค้าขับมอไซด์มาต่อรองราคากับผม ขอ 2000 ผมไม่ยอม ช่างสีตีก็เกือบ 4 พันแล้ว (มันบอกว่าไฟท้ายมิตซูเฉยๆ ไม่ใช่เบนซ์จะกี่บาทกัน มันว่าไม่เกิน 500-600 บาท ไอ้สาด พูดมาได้แค่มิตซู แม่ม) และขอให้ไปโรงพักไปลงบันทึกประจำวันให้เรียบร้อย มันไม่ยอมไป มันเลย
มันเอาลูกพี่มันที่เป็น ดาบตำรวจ สน.ห้วยขวาง มา... ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร จะว่าขู่ก็ไม่เชิง ช่วยลองพิจารณาทีเถอะครับ
ไอ้สัตว์ ผมด่าตำรวจในใจ แฮะ แฮะ แม่งกวนตีน ทุกท่านช่วยอ่านคำพูดที่ไอ้ ตำรวยหัวขวด มันพูดกับผมนะครับ แล้วตัดสินให้หน่อยว่ามันสมควรออกมาจากปากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตำรวจมั้ย
อาแปะชม ว่าหล่อพอถูไถ แต่ทำไมต้องขู่กูๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โศกนาถกรรม ครั้งที่ สุดท้าย (FINALE)
กำลังนั่งจกข้าวเหนียวกินบนรถ ขณะขับไปส่งพี่ที่หมอชิต "เจริญปุระ"
หลังจากจ่ายค่าทำขวัญ ค่าเสียหาย คุณนักบิดหมายเลขหนึ่งไป ไอ้เราก็คิดว่า ไ้อ้การที่โดนครั้งที่สอง หรือ ที่เรียกว่าเบิ้ล หรือ ซ้ำน้ำสอง นั้น จะเ็ป็นการหมดทุกข์ หมดโศกซะที
แต่... สวรรค์ช่างไม่เป็นใจนัก จึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา
วันนั้นเป็นวันอะไรก็จำไม่ได้ จำได้แค่หลังจากสงกรานต์หมาดๆ (โดนชนสองครั้งแรกนั้น ก่อนสงกรานต์) พี่มาเยี่ยมจากต่างจังหวัด และ กำลังจะไปส่งกลับแล้ว วันนั้น เป็นวันที่รถติดมากๆ ไม่เหมือนทุกวัน จะเรียกว่าเป็นเหตุบังเอิญที่สวรรค์ตั้งใจจะกลั่นแกล้งก็ได้ ขณะที่เลี้ยวออกจากรัชดาซอย10 มิใช่4 ดังเช่นปกติทุกวัน ผมต้องทำการรีบชิดขวา โดยแทรกตามเลนต่างๆ เพื่อที่จะกลัีบรถ เผอิญความที่รถติด ทำให้การแทรกรถของผมนั้น เข้าไปได้แค่ครึ่งตัว ท้ายโผล่ นิดหน่อยพอที่รถที่เลนซ้ายสุดจะผ่านไปได้สบายๆ
ว่าแล้วขณะที่รถติดอยู่นั้น พี่สาวผมก็เอาข้าวเหนียวกะกุนเชียงจ้าวอร่อยออกมาให้ ผมก็นั่งกินรอรถเคลื่อนไปด้วยความสบายใจ
อีกแล้วท่าน!!!! ท้ายรถสะเทือนอีกแล้วท่าน!!!!
ภาพเหตุการณ์สมัยเด็ก ผุดเข้ามาในสมอง เฮ้ย! นานไป ภาพเหตุการณ์ของครั้งที่สองลอยมาในสมองของผม ตัวนี้ซีด ขนลุกซู่ เหงื่อผุดเม็ดเป็นโป้งๆ ข้าวเหนียวกุนเชียงยังคาในปาก ว่าแล้วจึงรีบเคี้ยวให้หมดๆแล้วกลืนลงคอ จากนั้นเหลียวมองผ่านใหล่ซ้าย พบว่า !!!!!!!!
ใครมันมานอนฝุบที่ท้ายรถกูอีกแล้ววะ แสรดดดดดดดดดด
ผมรีบกระโดดลงไปดูพบว่า นักบิดหมายเลขสาม นั้นเป็นคนงานก่อสร้าง พึ่งเลิกงาน ไปก๊งมา กลิ่นเหล้านี้หึ่งเลย จากคำให้การพยาน (ไทยมุง) แถวนั้นบอกว่า นักบิดนั้นบิดมาด้วยความเร็วกว่า 300 กม. ต่อ 2 วัน (ุ6.25 กม. ต่อ ชม.) ขณะที่พยายามแซงรถแท๊กซี่ที่อยู่เลนซ้ายนั้น รถแท๊กซี่ไม่ยอมจอดให้ เป็นเหตุให้ต้องหักหลบ มาอัดตูดรถผมเข้า (แม่มทำไมต้องรถกู)
ความเสียหาย ไฟท้ายซ้ายแตกยับ ท้ายบุบ ทั้งแถบซ้าย ช่างผมฟังแล้วตีคร่าวๆสัก 3-4 พัน ทำสี + ไฟท้ายมือสองจากเซียงกง (ผมไปซื้อเองก็ 1200 ไปแล้ว)
ไอ้อุบัติเหตุไม่เท่าไหร่หรอก ผมล่ะ โค-ตะ-ระ เจ็บตับสุดๆ (ยิ่งกว่าเจ็บใจ) ก็ไอ้ตรงที่นักบิดนั้นเรียกหัวหน้ามาคุยกับผม หัวหน้าเค้าขับมอไซด์มาต่อรองราคากับผม ขอ 2000 ผมไม่ยอม ช่างสีตีก็เกือบ 4 พันแล้ว (มันบอกว่าไฟท้ายมิตซูเฉยๆ ไม่ใช่เบนซ์จะกี่บาทกัน มันว่าไม่เกิน 500-600 บาท ไอ้สาด พูดมาได้แค่มิตซู แม่ม) และขอให้ไปโรงพักไปลงบันทึกประจำวันให้เรียบร้อย มันไม่ยอมไป มันเลย
มันเอาลูกพี่มันที่เป็น ดาบตำรวจ สน.ห้วยขวาง มา... ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร จะว่าขู่ก็ไม่เชิง ช่วยลองพิจารณาทีเถอะครับ
ไอ้สัตว์ ผมด่าตำรวจในใจ แฮะ แฮะ แม่งกวนตีน ทุกท่านช่วยอ่านคำพูดที่ไอ้ ตำรวยหัวขวด มันพูดกับผมนะครับ แล้วตัดสินให้หน่อยว่ามันสมควรออกมาจากปากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตำรวจมั้ย
ผม : สวัสดีครับ
ตำรวย : อืม น้อง ช่าง.... เค้าเป็นลูกน้องพี่เอง ทำงานด้วยกันมานาน แล้วไอ้เรื่องรถเนี่ยไว้พรุ่งนี้ค่อยไปให้ร้านที่รู้จัก (รู้จักมัน) เค้าตีราคา แล้วค่อยชดใช้ค่าเสียหายนะ เพราะ น้องไม่ยอมเอา 2000 นี่นา พรุ่งนี้ 9 โมงเช้า แล้วให้นายช่างทิ้งบัตรประชาชนไว้ที่น้อง (มันสรุปเองเสร็จสรรพ)
ผม : พี่ครับ พรุ่งนี้ผมไม่ว่างครับ (ผมติดประชุม วันพฤหัสมั้ง) ไปไม่ได้ เอายังงี้ละกัน ผมว่าพี่ให้ลูกน้องพี่ไปลงบันทึกประจำวันกับผมที่ สน. ก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยตกลงกันทีหลัง(ผมโทรถามเพื่อนที่เป็นตำรวจ เค้าแนะนำให้ลงบันทึกไว้ไม่งั้นมันหนีจะเสียเปรียบเอา)
ตำรวย : เอ๊ะ นี่ มึง (ผมจำได้ติดหูเลยว่า "มึง") จะเอายังไงวะเค้าก็บอกแล้วว่า ให้ไปตีราคาก่อนไง แล้วยังมาลูกเล่นจะไม่ยอมอีก (กูลูกเล่นตรงไหนวะ)
ผม : ผมลูกเล่นตรงไหนพี่ ก็แค่ขอให้คนของพี่ไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนก็แค่นั้น พรุ่งนี้จะเอายังไงก็อีกเรื่อง
ตำรวย : อ้าว ก็ เค้าก็ให้บัตรประชาชนไว้ไม่ใช่เหรอ จะเอายังไงอีก ยังจะมาลูกเล่นอะไรอีก (อ้าว ไอ้สาด แค่บัตร แม่มคนต่างจังหวัดอีก เรื่องแค่นี้มึงหนีไป ตำรวจมันก็ไม่สนใจคดีกรูหรอก ผมคิดในใจ และ ขนาดตำรวจจราจร ที่มาที่เกิดเหตุยังแนะนำให้ผมไปโรงพักก่อนเลย ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกับไอ้หัวค... นี่ )
ผม : พี่เป็นตำรวจก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ ว่ายังงี้ควรลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน
ตำรวย : มึงลูกเล่นเยอะนัก งั้นก็ไปโรงพักเลย ให้ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้ แล้วไปฟ้องเรียกค่าเสียหายเอา เพราะคดีนี้ ฟ้องมันไปมันก็ไม่มีอะไรจะให้อยู่แล้ว ค่าคดี ค่าเดือนทางก็มากกว่าแล้ว บอกให้เอาดีๆไม่ชอบ งั้นก็ไปฟ้องเอาละกัน
ผม : อ้าว!! ผมเป็นผู้เสียหายนะครับ พี่เป็นตำรวจ พี่ควรพูดยังงี้เหรอ
ตำรวย : ก็ลูกเล่นยังงี้ (กูยังงงอยู่ว่า กูลูกเล่นยังไงวะ คิดในใจครับ) จะให้คุยดีๆก็ไม่ชอบ เสนอทางให้ดีๆก็ไม่ชอบ ก็เอามันยังงี้แหละ กูไม่คุยแล้ว ไปฟ้องเอา
ตำรวย : อืม น้อง ช่าง.... เค้าเป็นลูกน้องพี่เอง ทำงานด้วยกันมานาน แล้วไอ้เรื่องรถเนี่ยไว้พรุ่งนี้ค่อยไปให้ร้านที่รู้จัก (รู้จักมัน) เค้าตีราคา แล้วค่อยชดใช้ค่าเสียหายนะ เพราะ น้องไม่ยอมเอา 2000 นี่นา พรุ่งนี้ 9 โมงเช้า แล้วให้นายช่างทิ้งบัตรประชาชนไว้ที่น้อง (มันสรุปเองเสร็จสรรพ)
ผม : พี่ครับ พรุ่งนี้ผมไม่ว่างครับ (ผมติดประชุม วันพฤหัสมั้ง) ไปไม่ได้ เอายังงี้ละกัน ผมว่าพี่ให้ลูกน้องพี่ไปลงบันทึกประจำวันกับผมที่ สน. ก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยตกลงกันทีหลัง(ผมโทรถามเพื่อนที่เป็นตำรวจ เค้าแนะนำให้ลงบันทึกไว้ไม่งั้นมันหนีจะเสียเปรียบเอา)
ตำรวย : เอ๊ะ นี่ มึง (ผมจำได้ติดหูเลยว่า "มึง") จะเอายังไงวะเค้าก็บอกแล้วว่า ให้ไปตีราคาก่อนไง แล้วยังมาลูกเล่นจะไม่ยอมอีก (กูลูกเล่นตรงไหนวะ)
ผม : ผมลูกเล่นตรงไหนพี่ ก็แค่ขอให้คนของพี่ไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนก็แค่นั้น พรุ่งนี้จะเอายังไงก็อีกเรื่อง
ตำรวย : อ้าว ก็ เค้าก็ให้บัตรประชาชนไว้ไม่ใช่เหรอ จะเอายังไงอีก ยังจะมาลูกเล่นอะไรอีก (อ้าว ไอ้สาด แค่บัตร แม่มคนต่างจังหวัดอีก เรื่องแค่นี้มึงหนีไป ตำรวจมันก็ไม่สนใจคดีกรูหรอก ผมคิดในใจ และ ขนาดตำรวจจราจร ที่มาที่เกิดเหตุยังแนะนำให้ผมไปโรงพักก่อนเลย ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกับไอ้หัวค... นี่ )
ผม : พี่เป็นตำรวจก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ ว่ายังงี้ควรลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน
ตำรวย : มึงลูกเล่นเยอะนัก งั้นก็ไปโรงพักเลย ให้ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้ แล้วไปฟ้องเรียกค่าเสียหายเอา เพราะคดีนี้ ฟ้องมันไปมันก็ไม่มีอะไรจะให้อยู่แล้ว ค่าคดี ค่าเดือนทางก็มากกว่าแล้ว บอกให้เอาดีๆไม่ชอบ งั้นก็ไปฟ้องเอาละกัน
ผม : อ้าว!! ผมเป็นผู้เสียหายนะครับ พี่เป็นตำรวจ พี่ควรพูดยังงี้เหรอ
ตำรวย : ก็ลูกเล่นยังงี้ (กูยังงงอยู่ว่า กูลูกเล่นยังไงวะ คิดในใจครับ) จะให้คุยดีๆก็ไม่ชอบ เสนอทางให้ดีๆก็ไม่ชอบ ก็เอามันยังงี้แหละ กูไม่คุยแล้ว ไปฟ้องเอา
แล้วมันก็ไม่คุยกับผม แล้วไปคุยกับลูกน้องมัน ลูกน้องมันก็มาบอกว่าให้ไปโรงพัก แล้วจบเรื่องที่ฟ้องร้องเอา
แม่มตำรวจหมาๆอย่างนี้ แล้วยังมีอีกครับ พอไปถึง สน. พบว่า ร้อยเวร ที่รับเรื่องเป็น สารวัตร อ้าวงงกู มีด้วยเหรอวะสารวัตรมารับเรื่องแทนร้ิอยเวร กูก็เห็นร้อยเวรนั่งหัวโด่อยู่ ไม่ต้องสงสัยเลย สาด แม่ม ให้ลูกพี่มันมากล่อมผมชัวร์ เรื่องที่คุยขี้เกียจเล่า เพราะยิ่งพูดยิ่งแค้น กูผู้เสียหาย แต่แม่มทำอย่างกับกูผู้ต้องหา ถ้าไม่ติดสงสารนักบิดกูนะ (ที่กวนตรีนหัวหน้าเค้าที่มาเคลีย กับไอ้ตำรวยครับ) ยิ่งนักบิดเมาๆอยู่ ไปเป่าก็ติดคุกเปล่าๆ เงินประกันไม่มีหรอก เฮ้อ.....
สุดท้ายจบที่ 2500 บาท ยังดีที่ยังได้ ผมออกเองอีกเป็นกระบุงกว่าจะซ่อมเสร็จ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไปเชื่อว่าตำรวจ (ทุกคน) เป็นคนของประชาชน ตำรวยหัวขวดก็เยอะครับ
*** ถ้าเรื่องที่เขียนไปโดนใครเข้าถ้าจะฟ้องก็เมลมานะ จะได้เมลชื่อที่อยู่ไปให้
สุดท้ายจบที่ 2500 บาท ยังดีที่ยังได้ ผมออกเองอีกเป็นกระบุงกว่าจะซ่อมเสร็จ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไปเชื่อว่าตำรวจ (ทุกคน) เป็นคนของประชาชน ตำรวยหัวขวดก็เยอะครับ
*** ถ้าเรื่องที่เขียนไปโดนใครเข้าถ้าจะฟ้องก็เมลมานะ จะได้เมลชื่อที่อยู่ไปให้
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552
Unfortunately CAR Story Chapter 2 : คนอาร๊ายๆๆๆๆๆ เดือนเดียวรถถูกชน 3 ครั้ง (ครั้งที่ 2)
จะว่าซวยก็โคตรแปลก จะว่าชงมันต้องใช่ จะว่าหล่อก็กะไรแหมๆแต่ทำไมต้องรถกรูๆๆๆๆๆๆๆ อีกแล้วววววววว
โศกนาถกรรม ครั้งที่ 2
ต่อเนื่องจากเรื่องแรกที่ทั้้งต้องไปรับฟังค่าเสียหาย + เอากล่องอีกที
โศกนาถกรรม ครั้งที่ 2
ต่อเนื่องจากเรื่องแรกที่ทั้้งต้องไปรับฟังค่าเสียหาย + เอากล่องอีกที
ห้าโมงเย็นแก่ๆ ต้องไปรับฟังและตัดสินค่าเสียหายกันที่โรงพัก สน.สุทธิสาร นี่เอง ก่อนหน้านี้เราก็เป็นห่วงนักบิดของเราว่าเป็นยังไง จึงได้โทรไปถามอาการ แต่ได้รับคำตอบเพียงแต่ว่า ไปคุยกันที่โรงพัก!!! อ้าว ไอ้#@$! นี่ แม่มนึกว่ากูจะโทรมาขู่ให้จบไงวะ แม่...ม วันนั้นกูขับหนี มึงก็กินแกลบแล้ว แสดๆๆๆๆๆๆๆๆ
พอถึงเวลานัด เห้ๆ นักบิดพาแม่พาน้องมาด้วย อืมๆ ช่างเหอะ ว่าแล้วก็เข้าไปตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายและสินไหม ปรากฏว่าพี่แกล่อผมซะ 5000 บาท บร๊ะเจ้า!!! เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต๊กกะใจเล้ยยยย งงสิครับ แขนหักยังเรียกกัน 2000 นี่ขาเคล็ดขอซะ 5000 นี่ถ้ามันขาหักผมไม่ต้องจ่าย 50000 เลยเหรอเนี่ย
สุดท้ายจบลงที่ผมชดใช้ค่าซ่อมให้ทั้งหมด + ค่าสินไหม 1500 บาท (ต่อเก่งป่าว) จบ!!
ว่าแล้วก็ไปเอากล่องกับเพื่อนที่สุทธิสารอีกที พอได้กล่องแล้ว ผมก็ขับรถออกมาทางเส้นวิภาวดีรังสิต ไปจอดติดไฟแดงที่แยกสุทธิสาร ในขณะนั้นเองรถผมก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นที่ข้างหลังรถ ด้วยความตกใจ พอเหลียวหลังไปดู ผมได้พบกับนักบิดหมายเลขสอง กำลังฝุบหน้าลงกับท้ายรถผม
โอ้วววววว!!!!!!!! อะ ไร วะ เนี่ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สรุปเลยละกันขี้เกียจเล่าแล้ว สรุปคือเมาเหล้า พึ่งกลับมากจากงาน รีบ และ อีกจิปาถะ กลัวผมแจ้งความแล้วจะติดคุก เมาแล้วขับ เลยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ผม 2000 บาท ก็ว่ากันไป ยังไงผมก็ต้องซ่อมอยู่แล้ว ยังไงก็เอาเหอะ เซ็งจับจิต...
แต่ อย่าคิดว่ามันจบแล้ว ยังครับ นี่พึ่งจะครั้งที่สองเท่านั้น ช็อตเด็ดมันอยู่ที่ครั้งสุดท้ายครับ มันส์จริงๆ
พอถึงเวลานัด เห้ๆ นักบิดพาแม่พาน้องมาด้วย อืมๆ ช่างเหอะ ว่าแล้วก็เข้าไปตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายและสินไหม ปรากฏว่าพี่แกล่อผมซะ 5000 บาท บร๊ะเจ้า!!! เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต๊กกะใจเล้ยยยย งงสิครับ แขนหักยังเรียกกัน 2000 นี่ขาเคล็ดขอซะ 5000 นี่ถ้ามันขาหักผมไม่ต้องจ่าย 50000 เลยเหรอเนี่ย
สุดท้ายจบลงที่ผมชดใช้ค่าซ่อมให้ทั้งหมด + ค่าสินไหม 1500 บาท (ต่อเก่งป่าว) จบ!!
ว่าแล้วก็ไปเอากล่องกับเพื่อนที่สุทธิสารอีกที พอได้กล่องแล้ว ผมก็ขับรถออกมาทางเส้นวิภาวดีรังสิต ไปจอดติดไฟแดงที่แยกสุทธิสาร ในขณะนั้นเองรถผมก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นที่ข้างหลังรถ ด้วยความตกใจ พอเหลียวหลังไปดู ผมได้พบกับนักบิดหมายเลขสอง กำลังฝุบหน้าลงกับท้ายรถผม
โอ้วววววว!!!!!!!! อะ ไร วะ เนี่ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สรุปเลยละกันขี้เกียจเล่าแล้ว สรุปคือเมาเหล้า พึ่งกลับมากจากงาน รีบ และ อีกจิปาถะ กลัวผมแจ้งความแล้วจะติดคุก เมาแล้วขับ เลยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ผม 2000 บาท ก็ว่ากันไป ยังไงผมก็ต้องซ่อมอยู่แล้ว ยังไงก็เอาเหอะ เซ็งจับจิต...
แต่ อย่าคิดว่ามันจบแล้ว ยังครับ นี่พึ่งจะครั้งที่สองเท่านั้น ช็อตเด็ดมันอยู่ที่ครั้งสุดท้ายครับ มันส์จริงๆ
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
Unfortunately CAR Story : คนอาร๊ายๆๆๆๆๆ เดือนเดียวรถถูกชน 3 ครั้ง
จะว่าซวยก็ว่าแปลก จะว่าชง ก็คงใช่ จะว่าหล่อก็กะไร
แต่ทำไมต้องรถกรูๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ทำไมต้องรถกรูๆๆๆๆๆๆๆ
โศกนาถกรรม ครั้งที่ 1
เีรื่องมันเริ่มจากการที่ต้่องไปช่วยเพื่อนหากล่องมาขนของนั่นแหละ
เีรื่องมันเริ่มจากการที่ต้่องไปช่วยเพื่อนหากล่องมาขนของนั่นแหละ
อากาศยามบ่ายแก่ๆกำลังดี สักห้าหกโมงเย็นได้ มีโทรศัพท์จากเพื่อนให้มาช่วยหากล่องไปย้ายของ สักหน่อย แม้ตอนนั้นจะคร้านๆ อยู่สักนิด บวกกับ อากาศน่าทอดหุ้ย(ประมาณว่าอย่ามายุ่งกับกรู) สักหน่อย แต่ก็ต้องจำใจไปอ่ะนะ พอถึงเวลานัด ซึ่งนัดไว้หนึ่งทุ่มที่ รัชดาซอย 13 แต่ตอนนี้ยังอยู่ที่บ้านอยู่เลย ซวยแล้วสิกรู รีบบึ่งรถออกไป หากมีคนอ่านน่ะนะ อ่านถึงตรงนี้ คงคิดว่า อ้าวก็ดูมรึงสิ ทำอย่างนี้คงรีบๆ ออกไปเลยเกิดอุบัติเหตุใช่ม่าาาาา..... ขอบอกว่าไม่ใช่นะครับ เพราะ ระยะทางใกล้มากๆ (จากซอย 10) จึงไม่จำเป็นต้องรีบสักนิด พอลอดอุโมงค์แยกห้วยขวาง กำลังจะชิดซ้ายเข้าซอยหน้าโรงเรียนอนุบาลใกล้ๆนั้น ไอ้เราก็ดูรถแล้วนะว่าว่าง เพราะติดไฟแดง เห็นแค่ไฟดวงเดียวส่องอยู่ไกลๆ คิดว่าน่าจะ้้เป็นมอเตอร์ไซด์ เราก็ตีไฟตั้งแต่ชาติที่แล้วได้มั้ง มันคงจะเห็นน่า ว่ามีรถที่ใหญ่กว่ามันกำลังจะเลี้ยวอยู่ มันต้องชะลอแน่ๆ
แต่....!!!!!! เดชะบาป
ขณะนั้น มอไซด์ คันนั้นคงคิดว่าตัวเป็นนักแข่งรถ 800cc อยู่ล่ะมั้ง มันบิดมากะว่า กูแซงมึงชัวร์ !!!
งานเข้าครับพี่น้อง เต็มๆใบเลย !!! กระจกข้างทั้งใบ...
กระจกข้างหายไปทั้งอัน นักแข่งของผมลงไปกองริมฟุตบาท โอ้ววว แม่เจ้า เกิดมาไม่เคยมีคะดงคดี กับเค้า วันนี้ ต้องโดนซะแล้ว โธ่ๆๆๆๆๆๆ คิดก็ส่วนคิด ตัวรีบหยุดรถลงไปดูอาการ นักแข่งของผม เดชะบุญ นี่ของแท้ อาการไม่หนักหนา ไม่มีอะไรหักเลย ผมจึงได้รีบโทรแจ้งตำรวจ ให้มา่ดูเหตุการณ์ ขณะนั้นเอง ผมพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า มูลนิธิร่วมด้วยอะไรสักอย่าง มาเร็ว ช่วยเร็วยิ่งกว่า สินมั่นคงประกันภัย ซะอีก อืม ดีๆ
สรุป... ค่าเสียหาย ยังต้องรอคุยที่โรงพัก แต่ อย่าคิดว่ามันจบแล้ว ยังครับ นี่พึ่งจะเริ่มเท่านั้น
แต่....!!!!!! เดชะบาป
ขณะนั้น มอไซด์ คันนั้นคงคิดว่าตัวเป็นนักแข่งรถ 800cc อยู่ล่ะมั้ง มันบิดมากะว่า กูแซงมึงชัวร์ !!!
งานเข้าครับพี่น้อง เต็มๆใบเลย !!! กระจกข้างทั้งใบ...
กระจกข้างหายไปทั้งอัน นักแข่งของผมลงไปกองริมฟุตบาท โอ้ววว แม่เจ้า เกิดมาไม่เคยมีคะดงคดี กับเค้า วันนี้ ต้องโดนซะแล้ว โธ่ๆๆๆๆๆๆ คิดก็ส่วนคิด ตัวรีบหยุดรถลงไปดูอาการ นักแข่งของผม เดชะบุญ นี่ของแท้ อาการไม่หนักหนา ไม่มีอะไรหักเลย ผมจึงได้รีบโทรแจ้งตำรวจ ให้มา่ดูเหตุการณ์ ขณะนั้นเอง ผมพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า มูลนิธิร่วมด้วยอะไรสักอย่าง มาเร็ว ช่วยเร็วยิ่งกว่า สินมั่นคงประกันภัย ซะอีก อืม ดีๆ
สรุป... ค่าเสียหาย ยังต้องรอคุยที่โรงพัก แต่ อย่าคิดว่ามันจบแล้ว ยังครับ นี่พึ่งจะเริ่มเท่านั้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
